«·´`·.(`·.¸ToonIslanĐth¸.·´).·´`·»
ยินดีต้อนรับสมาชิกทุกคนนะครับ!!+

«·´`·.(`·.¸ToonIslanĐth¸.·´).·´`·»สังคมแห่งการแบ่งปัน ^^

เข้ามาแล้วก้ช่วยกันสมัครและติดตามด้วยนะครับ

จาก...Webmaster


คนไทยถูกหลอกให้ดื่มนม

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down

คนไทยถูกหลอกให้ดื่มนม

ตั้งหัวข้อ by ~tsuna~ on Wed Dec 29, 2010 9:53 pm

ขอเริ่มต้นด้วยประโยคค่อนข้างรุนแรงอย่างนี้แหละครับ

เพราะผมคิดแบบนั้นจริงๆ คนไทยถูกบริษัทขายนมปลูกฝังความคิดว่านมวัวเป็นอาหารที่สุดเลิศ
เด็กน้อยจะแข็งแรงตัวสูงและฉลาด ต้องดื่มนมวัว อืม…โฆษณาล่าสุดที่ผมนึกได้ คือ “ไม่เสียแรงเปล่า
ที่เราดื่มนม” เด็กผู้หญิงน่ารักท่าทางแข็งแรง สะพายเป้ไว้ข้างหลังเดินขึ้นเนินด้วยความคล่องแคล่ว
เจอเด็กผู้ชายกำลังลากเป้ขึ้นเนิน แล้วเด็กผู้หญิงก็เอาเป้เด็กผู้ชายมาสะพายข้างหน้าเดินขึ้นเนินพร้อม
2 เป้ ด้วยความแคล่วคล่องว่องไว……..และจบด้วย….. “ไม่เสียแรงเปล่า ที่เราดื่มนม”
นี่มันเทคนิคการโฆษณา เทคนิคทางการตลาดชัดๆ แน่จริงเอางานวิจัยมาว่ากันสิ…

บรรพบุรุษของไทยแต่โบราณไม่ได้เลี้ยงลูกด้วยนมวัวครับ
แต่ใช้น้ำจากอกแม่เลี้ยงดูจนเติบใหญ่ (….ค่าน้ำนมแม่นี้ จะมีอะไรเปรียบเหมือน…) มากกว่า 30 ปี
ที่คนไทยโดนหลอกจะด้วยตั้งใจ ไม่ตั้งใจ หรือรู้เท่าไม่ถึงการ ทำให้คนไทยส่วนใหญ่เชื่อว่า
นมวัวคืออาหารจำเป็นสำหรับเด็กทุกคนจะขาดเสียไม่ได้

ไม่จริงหรอกครับ ก็แค่โปรตีนกะแคลเซียมในนม อาหารไทยๆของเราอย่างอื่นก็มีครับ
น่องไก่1ชิ้นมีโปรตีนมากกว่านม 1 กล่องครับ ไข่ไก่ 1ฟองหรือนมถั่วเหลือง 1กล่อง ก็มีโปรตีนพอๆกับนมวัว
1กล่องครับ แคลเซียมในปลาเล็กปลาน้อย กุ้งแห้ง กุ้งเสียบ มีมากกว่านมเป็น 10 เท่า

ประมาณ พ.ศ.2500 มูลนิธิร็อกกี้เฟลเลอร์เอาหางนมวัวมาบริจาคให้เด็กไทยสมัยนั้น
นัยว่าฝรั่งสงสารเด็กไทยที่มีปัญหาขาดสารอาหาร
แต่จริงๆคือการระบายหางนมที่ฝรั่งช้อนเอาเนยไปกินหมดแล้ว แทนที่เขาจะเอาหางนมไปทิ้งทะเล
ก็บริจาคให้เด็กไทยกินจะได้ดูเป็นการกุศล แต่มีวาระซ้อนเร้นคือการอ่อยเหยื่อ ? ศ.นพ.เสม พริ้งพวงแก้ว
อดีตปลัดกระทรวงสาธารณสุข เล่าว่า ในสมัยนั้นเด็กไทยที่ดื่มนมวัวบริจาคพากันท้องเสียหมด
เพราะว่าเด็กไทยไม่คุ้นเคยกับน้ำตาลและโปรตีนในนม นั่นคือ เด็กไทยแพ้นมวัว
แต่เรื่องดังกล่าวถูกมองว่าไม่ใช่ปัญหา ก็ให้เด็กค่อยๆชินกับนมวัวทีละนิดจนดูเหมือนเด็กจะดื่มนมได้
การบริจาคครั้งนั้นจึงเป็นการเปิดทางให้ฝรั่งขายนมวัวให้กับเมืองไทยนั่นเอง

จากการศึกษาของรพ.จุฬาลงกรณ์ และ รพ.เจริญกรุงประชารักษ์ พบว่า
ถ้าเทียบอัตราแพ้นมวัวเฉพาะในเด็กทารกกับทารกด้วยกันเองจะพบว่า ตัวเลขของอาการแพ้นมวัวมีมากถึง 50%
ของทารกที่ดื่มนมวัว

แบลงก้า-มาเรียและคณะ พบว่า เด็กทารกที่มีคนในครอบครัวมีประวัติภูมิแพ้
หากดื่มนมวัวจะมีอัตราเสี่ยงต่อการเป็นโรคภูมิแพ้ 20% แต่ถ้าดื่มนมแม่แต่เพียงอย่างเดียว
อัตราเสี่ยงต่อภูมิแพ้จะมีเพียง 0.5-1.5% เท่านั้น

ในอังกฤษ มีการศึกษาในเด็ก 1,456 คน พบว่าหากเด็กดื่มนมแม่นานกว่า 3 เดือน
เด็กจะป่วยด้วยโรคหอบหืด 10.3% หากดื่มนมแม่น้อยกว่านั้นจะเกิดหอบหืด 17.1%


มีงานวิจัยหลายสิบชิ้นตีพิมพ์ในวารสารการแพทย์ทั่วโลกยืนยันเรื่องการดื่มนมส่งผลต่อโรคภูมิแพ้
รวมทั้งงานวิจัยของ ศ.นพ.สุขสวัสดิ์ เพ็ญสุวรรณ คณะแพทยศาสตร์ รพ.รามาธิบดี
ท่านทดลองให้พลทหารไทยดื่มนม แล้วส่องกล้องดูลำไส้ ปรากฏว่าพลทหารเหล่านั้น
ต่างมีเยื่อเมือกลำไส้บวมหมดทั้ง 100% ของกลุ่มผู้รับการทดลอง

ถึงตอนนี้ท่านคงตั้งคำถามว่าอะไรในนมวัว ที่ทำให้เด็กแพ้ มีอย่างน้อย 2 อย่างครับ
คือ 1.โปรตีนในนมชื่อว่า เบต้าแล็กโตโกลบูลิน 2.น้ำตาลในนมที่เรียกว่า แล็กโตส

เบต้าแล็กโตโกลบูลิน เป็นโปรตีนที่มีในนมวัว แต่ไม่มีในนมแม่
เนื่องจากโปรตีนในนมวัวตัวนี้เป็นโปรตีนขนาดเล็ก
จึงสามารถถูกดูดซึมเข้าไปในกระแสเลือดของร่างกายได้ทั้งสาย
โดยไม่ต้องย่อยให้เป็นกรดอะมิโนเสียก่อนแบบที่เราเคยเข้าใจ
สมัยก่อนเราคิดว่าโปรตีนอะไรก็ตามจะไม่เข้าไปทั้งสายเต็มรูป
นั่นคือโปรตีนทั้งหลายหากจะถูกดูดซึมเข้าสู่ร่างกายก็จะต้องถูกน้ำย่อยทำให้แตกตัวออกเป็นกรดอะมิโนก่อน
แต่ปัจจุบันความเชื่อนี้เปลี่ยนไปแล้ว เมื่อนักวิทยาศาสตร์มีความรู้มากขึ้น
เขาก็รู้ว่าโปรตีนบางชนิดมีขนาดเล็ก เช่น โปรตีนในนม
กระทั่งโปรตีนที่เป็นเอนไซม์บางตัวสามารถถูกดูดซึมเข้าไปในร่างกายโดยคงรูปไว้เช่นเดิม ดังนั้น
โปรตีนในนมวัวจึงเข้าไปเป็นโปรตีนแปลกปลอมในร่างกาย
และหากโปรตีนแปลกปลอมอย่างเบต้าแล็กโตโกลบูลินในน้ำนมวัวเกิดเข้าไปในร่างกายแล้ว
ร่างกายก็จะโต้ตอบโดยมีปฏิกิริยาของภูมิแพ้

การที่แพ้น้ำตาลในนมวัว ที่แพ้เพราะแล็กโตส
ข้อเท็จจริงแล็กโตสเป็นน้ำตาลในนมของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมทุกประเภท ในน้ำนมคนก็มี
น้ำตาลนี้ถูกย่อยโดยเอนไซม์แล็กเตส ได้เป็นกลูโคสและกาแล็กโตส
ร่างกายเราใช้น้ำตาลแล็กโตสไม่ได้แต่ใช้ น้ำตาลกลูโคสและกาแล็กโตสได้ ในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม
รวมถึงคนเรา เมื่อเกิดมาใหม่ๆ ทารกต้องดื่มนมเป็นหลัก ธรรมชาติก็ให้น้ำย่อยมาย่อยนมในลำไส้
แต่เมื่อเด็กโตขึ้นหรือสัตว์โตขึ้น เอนไซม์แล็กเตสก็จะหายไป และจะหายไปหมดเมื่อเด็กอายุประมาณ 2 ปี
นี่คือสัญญาณทางธรรมชาติที่บอกว่า เด็กควรงดดื่มนมได้แล้วเมื่ออายุมากกว่า 2 ปี
ท่านเคยเห็นสัตว์ที่โตแล้วอะไรบ้างที่ดื่มนม นอกจากมนุษย์

แล้วนมวัวสัมพันธ์กับโรคภูมิแพ้อย่างไร
ก่อนอื่นต้องรู้ก่อนว่าร่างกายของเรามีวิธีจัดการกับโปรตีนแปลกปลอมหรือสารก่อภูมิแพ้ต่างๆอย่างไร
ร่างกายเราจะนำอิมมูโนโกลบูลินหรือสารที่ทำหน้าที่ต้านทานชนิดหนึ่ง ไปจับกับสารแปลกปลอมเอาไว้
ซึ่งอิมมูโนโกลบูลินที่ร่างกายใช้กำราบสารแปลกปลอมคือ IgA

หากเด็กดื่มนมวัวเข้าไป ร่างกายจะเอา IgA ไปจับกับโปรตีนจากนมวัวสายนี้เอาไว้
เพื่อป้องกันไม่ให้โปรตีนแปลกปลอมรุกล้ำเข้าไปในร่างกายแล้วก่อให้เกิดปฏิกิริยาภูมิแแพ้ที่อาจจะเป็นอันต
รายได้ หากดื่มนมวัวเป็นประจำและดื่มเป็นจำนวนมาก ร่างกายก็จะเปลือง IgA มาก และเมื่อ IgA
ถูกขนไปเรียงรายตลอดความยาวของลำไส้ IgA
ที่อยู่แถวเนื้อเยื่ออ่อนของทางเดินหายใจและผิวหนังก็จะมีน้อยกว่าปกติ
จนไม่อาจต้านทานโปรตีนแปลกปลอมอื่นที่อาจเข้าสู่ร่างกายทางนี้ได้
ยิ่งถ้าเป็นภูมิแพ้โดยกรรมพันธุ์อยู่แล้ว จะมี IgA ในร่างกายน้อยกว่าชาวบ้านเค้าก็เสร็จกันสิ
ความเสี่ยงของอาการแพ้อากาศและผื่นแพ้ที่ผิวหนังก็มากขึ้นตามไปด้วย

ผมเป็นเภสัชกรที่รักษาผู้ป่วยด้วยยาร่วมกับวิธีการทางธรรมชาติบำบัด
ขอเล่าตัวอย่างผู้ป่วยที่ผมให้เลิกดื่มนมแล้วโรคภัยหายไป 3 ตัวอย่าง
(ความจริงขอโม้ว่า…ตัวอย่างผู้ป่วยที่หายขาดจากโรคเรื้อรังต่างๆมีอีกเพียบ )

กรณีที่ 1 เด็กชาย 2.5 ปี เป็นโรคหอบหืดเรื้อรัง รักษาที่รพ.ใหญ่แห่งหนึ่งแต่อาการไม่ดีขึ้น
จนเด็กต้องกินยาขยายหลอดลมแทบทุกวัน เนื่องจากมักมีอาการหอบตอนกลางคืนแทบทุกคืน
พ่อเด็กเป็นเพื่อนบ้านกัน มาถามผมว่าทำไงดีหมอ ผมบอกว่าให้ลองเลิกดื่มนมผงสิ ตอนแรกไม่เชื่อ
แต่อาการเด็กน่าเป็นห่วงจึงกลับมาหาผมใหม่ ผมจึงบอกไปว่าลองทดลองเลิกดื่มนมวัวดูสัก 1 อาทิตย์ดูก็ได้
ระหว่างนี้ก็ให้กินน้ำเต้าหู้แทนนมสิ ปัจจุบันเด็กคนนี้หายขาดจากโรคหอบหืดแล้ว

กรณีที่ 2 เด็กชาย 8 ปี เป็นโรคภูมแพ้เรื้อรังแสดงออกทางระบบทางเดินหายใจ
การเจริญเติบโตช้ากว่าปกติ แพทย์ที่ตรวจรักษาประจำบอกว่าต้องดื่มนมวันละ 3 แก้วทุกวัน
แม่เด็กเป็นคนไข้ประจำของร้านยาผม วันนั้นเล่าเรื่องปัญหาสุขภาพของลูกชายคนเล็กให้ผมฟัง
ผมบอกว่าก็ให้ลูกเลิกดื่มนมสิ..โตตั้ง 8 ขวบแล้วไม่ต้องดื่มแล้วก็อธิบายเหมือนกับข้อเขียนข้างต้นนี้แหละ
แม่เด็กเชื่อ ปัจจุบันน้องคนนี้ไม่มีปัญหาโรคภูมิแพ้และการเจริญเติบโตปกติทันเพื่อนรุ่นเดียวกันแล้ว

กรณีที่ 3 ผู้หญิงวัยทำงาน อายุไม่น่าเกิน 27 ปี มีปัญหา คัดจมูกเรื้อรัง
ผมซักประวัติพบว่าเธอดื่มนมแทบทุกวัน ผมให้เลิกดื่มนม
ร่วมกับการรักษาด้วยวิธีธรรมชาติบำบัดและศาสตร์แพทย์แผนจีนบางอย่าง
ปัจจุบันเธอหายขาดจากอาการคัดจมูกเรื้อรังแล้ว


คำบรรยายโดย คุณหมอ อารีย์ วชิรมโน

"นม....ปลอดโรคหรือเพิ่มโรค
ไม่ทราบว่าทราบกันหรือยังหรือว่าต้องการเอานมนั้นมาเป็นปัญหาเรื่องได้กินกัน หรือเรื่องจะคอรัปชั่น
ก็ไม่ทราบครับ นมในที่นี้ไม่ได้หมายความนมจากเต้าของท่านนะครับ แต่คือนมจากนมวัว นมสัตว์ครับ
นมสัตว์เป็นนมที่มีพิษมหาศาลเลย นมที่ท่านดื่มได้และใกล้เคียงกับนมของมนุษย์มากที่สุดคือ นมแพะ นมแกะ
ที่เลี้ยงตามธรรมชาติ แต่ถ้าเอามาเลี้ยงตามที่เขาเลี้ยงกันทุกวันนี้ ทานไม่ได้ครับ สารพิษมหาศาล
ยิ่งนมวัวนี่มีอะไรเกิดขึ้นครับ ฮอร์โมน เห็นไหมฮะ สารกระตุ้นมีครบหมด พวกปฏิชีวนะติดมาหมดครับ

ทุกวันนี้พวกท่านทานนมดทั้งหลายนั้นมะเร็งกันสลอนเลยครับ
อย่าโกรธนะครับท่านที่เป็นมะเร็งเต้านมหรือมะเร็งปากมดลูกอย่าโกรธนะครับ
นมพวกนั้และช่วยให้ท่านเป็นมะเร็งได้ง่ายมากเลยครับ ทานแต่ละทีมีทั้งเนื้อทั้งนม
เสร็จเลยครับติดเข้าไป ไม่ใช่แค่ฮอร์โมน ปฏิชีวนะ มีสิ่งต่างๆเยอะแยะติดเข้าไปในนั้น

สำคัญที่สุดในนมนะฮะ โปรตีนในนมวัวมันมีโปรตีนสูงมากโดยเฉพาะโปรตีนเคซีนในนมวัว
มันมีสูงมาก สูงกว่านมมนุษย์ถึง 4 เท่า นอกจากมีโปรตีนสูงแล้วยังมีแคลเซียมสูง
มนุษย์เราไม่มีเอนไซม์ที่จะมาย่อยโปรตีนจากนมวัวที่มันมีมากมหาศาลนี้ได้
เพราะฉะนั้นพอเด็กทานเข้าไปท้องจะเสีย แล้วทีนี้นมวัวคนชอบให้ทานเพราะอะไร
เพราะว่าโปรตีนกับแคลเซียมทำให้ร่างกายเจริญเติบโตเร็ว แต่นั้นคือสัตว์ครับ สัตว์มันต้องโตเร็ว

แต่เราเป็นมนุษย์ ในนมมนุษย์นั้นโปรตีนมีน้อยเป็นพวกโกโบรลิน แคลเซียมก็มีน้อย
แต่มีฟอสฟอรัสสูง ฟอสฟอรัสในนมคนมันต้องเอามาพัฒนาสมองและระบบประสาท ซึ่งมีสูงกว่านมวัว
เพราะว่ามนุษย์เราเนี่ย ต้องพัฒนาสมองหรือระบบประสาทก่อนที่จะมาพัฒนาการความเจริญเติบโตของร่างกาย
โดยพัฒนาร่างกายไปช้าๆ เจริญเติบโตไปเรื่อยๆ แต่สัตว์มีสมองหรือประสาทเติบโตช้า เพราะมีฟอสฟอรัสน้อย
แต่ร่างกายเติบโตเร็ว

ทีนี้พวกมนุษย์โง่ทั้งหลาย พวกเราทั้งหลาย อย่างพวกหมอหมาอย่างผมเนี่ย เรียนมาผิด
อยากโตเร็วนะต้องกินนมเป็นไงครับ โตแต่ตัวแต่สมองเป็นไงครับ เห็นไหม
เด็กทุกวันนี้ทำไมการวิจัยบอกว่าไอคิวต่ำ แต่ตัวเท่ายักษ์ ตัวใหญ่ก็บอกว่าเด็กเจริญเติบโตดี
สนับสนุนให้กินนม
คอรัปชั่นเรื่องนมยังไม่พอ ยังเอาสารพิษมาให้ลูกหลานกินกันอีก นี่แหละครับผมจะบอกให้ถ้าจะทานนม
ทานเถอะครับนมถั่วเหลือง ท่านจะเอาอะไรแคลเซียมก็มีและโปรตีนคุณภาพจากนมถั่วเหลืองมีครบ
ท่านไม่ต้องเอาโปรตีนจากสัตว์ ซึ่งมีทั้งฮอร์โมนและสารพิษ เห็นไหมครับ มีใครเคยคิดบ้างไหมครับ ไม่มีเลย

เพราะฉะนั้น วันนี้ผมต้องขอโทษครูบาอาจารย์ ซึ่งเป็นหมอเหมือนกับผมทุกคนด้วยครับ
เพราะผมใช้คำพูดค่อนข้างรุนแรง แต่ผมไม่ได้ด่าอาจารย์นะครับ คือผมด่าทั้งหมดรวมทั้งตัวผม
เพราะผมก็โง่เหมือนกัน เมื่อก่อนนี้ เอะอะก็กิน เนื้อ นม ไข่ อยู่นั่นแหละครับ
โง่จนมะเร็งรับประทานไปเลย นี่นับว่ายังโชคดีกลับตัวทัน

คำบรรยายโดย คุณหมอ อารีย์ วชิรมโน

เครดิต http://www.dek-d.com/board/view.php?id=1218889

~tsuna~
มาเฟียนักฆ่า
มาเฟียนักฆ่า

จำนวนข้อความ จำนวนข้อความ : 156
พลังไฟธาตุ พลังไฟธาตุ : 399
ค่าความดี ค่าความดี : 10
Join date Join date : 27/10/2010
Age Age : 26
ที่อยู่ ที่อยู่ : ..
Job/hobbies Job/hobbies : เรียนหนังสือ

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: คนไทยถูกหลอกให้ดื่มนม

ตั้งหัวข้อ by oneza0230 on Sat Jan 01, 2011 2:48 pm

ครับๆ

oneza0230
มาเฟียลองงาน
มาเฟียลองงาน

จำนวนข้อความ จำนวนข้อความ : 62
พลังไฟธาตุ พลังไฟธาตุ : 326
ค่าความดี ค่าความดี : 0
Join date Join date : 31/12/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: คนไทยถูกหลอกให้ดื่มนม

ตั้งหัวข้อ by mildkoid on Wed Sep 05, 2012 10:43 am

ประวัติบาคาร่าในฝรั่งเศส

แม้ว่าต้นกำเนิดที่แท้จริงของบาคาร่าจะยังเป็นที่ถกเถียงกันอยู่แต่เป็นที่ แน่ชัดแล้วว่ารูปแบบและลักษณะของเกมบาคาร่าที่ใช้เล่นในปัจจุบันมีต้นกำเนิด มาจากประเทศฝรั่งเศส บาคาร่านั้นเป็นที่นิยมอย่างมากในหมู่ชนชั้นสูงของฝรั่งเศสในช่วงศตวรรษที่ 16 – 17 จากนั้นก็เริ่มแพร่กระจายอย่างรวดเร็วมีการเล่น บาคาร่า ทั้งในบ้านและราชวัง ในช่วงการปกครองของพระเจ้านโปเลียน (Napoleon) มีการเล่นบาคาร่าในคลับการพนันนอกกฎหมายหลายแห่ง แต่ในปัจจุบันการเล่นบาคาร่าในบ่อน คาสิโน กลายเป็นเรื่องที่ถูกกฎหมายไปแล้วที่ประเทศกัมพูชา มีเกมต่างๆที่ได้รับความนิยมแนะนำให้ผู้เล่นได้เลือกเล่นมากมายและด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยผู้เล่นสามารถเล่นผ่านออนไลน์หรือผ่านทาง GclubIphone ได้ที่ Gclub iphone มีเกม คาสิโนออนไลน์ ที่พร้อมให้เล่นได้ตลอด 24 ชม. มีทั้งเกม บาคาร่าออนไลน์แบ่งเป็น Baccarat และ Baccarat Online ที่มีกติกาการเล่นคล้ายกับเกม ป๊อกเด้งออนไลน์ เกม Gclub Online แม้ว่าผู้เล่นจะพิมพ์คำว่า Gclub ,G club, G club Online ก็สามารถเล่นGclub ได้เพราะเป็นเกมเดียวกัน แต่อาจจะมีเป็นบางครั้งที่ เล่นสล็อตไม่ได้ผู้เล่นก็สามารถเปลี่ยนมาเล่น เกม คาสิโนออนไลน์ แบบอื่นๆแทนได้ ในช่วงต้นศตวรรษที่ 19 บาคาร่าเป็นเกม G club ที่ได้รับความนิยมสูงสุดในคาสิโนเมืองริเวียร่า (Riviera) ของฝรั่งเศส ในตอนนั้นมีเกมบาคาร่าด้วยกันสองรูปแบบ คือ เชอแมงเดอเฟร์ (ChemindeFer) และ บาคาร่าอันบาค (En-Banque) ข้อแตกต่างของบาคาร่าทั้งสองรูปแบบอยู่ที่ผู้แจกไพ่และจำนวนผู้เล่นในเกม ในบาคาร่าแบบ เชอแมงเดอเฟร์ ผู้เล่นที่วางเดิมพันสูงสุดจะเป็นผู้แจกไพ่และเป็นเจ้ามือ ผู้เล่นที่วางเดิมพันสูงสุดรองลงมาจะเป็นตัวแทนของผู้เล่นที่เหลือในการเล่น แข่งขันกับเจ้ามือ ส่วนในบาคาร่าอันบาค บ่อนจะเป็นเจ้ามือเองและมีดีลเลอร์ทำหน้าที่แจกไพ่ให้ผู้เล่น ลักษณะของโต๊ะเล่นบาคาร่าจะเป็นโต๊ะคู่ที่ออกแบบให้มีที่นั่งสำหรับผู้เล่น ด้านซ้ายและด้านขวาของเจ้ามือฝั่งละห้าคน ผู้เล่นหนึ่งคนจากฝั่งซ้ายและอีกหนึ่งคนจากฝั่งขวาจะเป็นตัวแทนผู้เล่นแต่ละ ฝั่งที่จะเล่นแข่งกับเจ้ามือ กฎการเรียกไพ่และการอยู่ แต้มทั้งฝ่ายเจ้ามือและผู้เล่นจะเหมือนกันในเกมบาคาร่าทั้งสองแบบ

ขอขอบคุณwww.toonislandth.the-talk.netที่ให้ความกรุณาในการเผยแพร่


mildkoid
นักเรียนมาเฟีย
นักเรียนมาเฟีย

จำนวนข้อความ จำนวนข้อความ : 6
พลังไฟธาตุ พลังไฟธาตุ : 15
ค่าความดี ค่าความดี : 0
Join date Join date : 05/07/2012

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน


 
Permissions in this forum:
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ